Hello Songkran
posted on 14 Apr 2012 23:24 by onlysincereเช้าวันที่ 13 เมษา วันที่ใครๆต่างก็เตรียมตัวออกไปสนุกกันเต็มที่ในวันปีใหม่ไทย แล้วผมล่ะ จะเหลือเหรอ….
“ไปเล่นน้ำกัน” คิดแล้วก็หยิบบีบีมากดอัพสเตตัส แต่เอาจริงๆคือจะไปไหนยังไม่รู้เลย
เพื่อนเหรอ แน่ล่ะ ในสามวันนี้คงได้ไปลุยสาดน้ำสาวๆกันแน่ แต่จะไปว่าแล้วมันก็อยาก…
“ฮัลโหลซิน ทำไรวะ วันนี้ไปไหน ออกต่างจังหวัดรึเปล่า ป๊าม๊าล่ะ อยู่บ้านมั้ย”
“มึงช่วยถามทีละคำถามได้มั้ยครับ -_-“
“เออ สรุปไหนรึเปล่า”
“ไม่อ่ะ คนเยอะ เราไม่ชอบ ออกไปก็เปียก”
“มั่นใจว่าเปียกแน่ว่างั้น”
“มันแน่อยู่แล้ว”
“งั้นเดี๋ยวไปหานะ จะได้ไปรดน้ำดำหัวป๊ากับม๊าด้วยไง”
“แน่ใจว่าอยากมาหาป๊าม๊าจริงๆ?”
ผมไม่ตอบแล้วรีบปัดวางสายบอกมันว่าแล้วเจอกัน เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงผมก็พาซีอาร์วีคู่ใจมาจอดอยู่หน้าบ้านสีขาวคุ้นตาที่ผมมักแวะเวียนมาบ่อยๆ ตั้งแต่เราเป็นซิงกูล่าร์กันมา
ผมทักท้ายป๊ากับม๊า แต่ก็ได้เพียงเท่านั้น ไอ้ที่ตั้งใจว่าจะมารดน้ำดำหัว กลายเป็นต้องพับไป เพราะป๊ากับม๊าเองก็ต้องออกไปหาญาติผู้ใหญ่เช่นกัน ส่วนซินป๊ากับม๊ายกเจ้าตัวไว้ให้อยู่บ้านแทนเพราะการจะพาไปพบญาติโกโหติกาทั้งผองก็เกรงว่าญาติจะเยอะกว่าปกติ จะกลายเป็นว่าญาติจะโทรตามญาติและญาติของญาติให้มายลโฉมนักร้องหน้าสวยกันจนไม่ต้องรดน้ำดำหัวกันพอดี จึงกลายเป็นโชคดีของผมไป ที่จะได้ฉลองสงกรานต์กับมันสองคนโดยที่ไม่ได้นัดหมาย
“ออกไปเล่นน้ำกันมั้ย ปากซอยก็ได้” ผมถามพลางนั่งลงข้างๆมันที่โซฟาสีขาวกลางบ้าน
“ตลกละนัท…” ริมฝีปากบอกตอบพลางส่ายหัวน้อยๆ ร่างบางอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาว มัดผมรวบๆยุ่งๆแบบไม่ตั้งใจ ใส่แว่นตากรอบหนานั่งอ่านหนังสือเหยียดยาวอย่างสบายใจ
“ไรวะ สงกรานต์นะสงกรานต์ ไม่เปียกจะเรียกสงกรานต์เหรอ”
“สนุกอย่างมีสติเข้าใจมะ ไม่ต้องเปียกก็สนุกได้”
“สนุกไงวะ ไม่เข้าใจ” ผมยื่นหน้าเข้าไปไกล้จนคนข้างๆที่ไม่ได้ทันได้ระวังตัวหันมาพลางประสานสายตากันพอดีด้วยแววตาที่ดูตกใจเล็กน้อย
“ก็พักผ่อนอยู่บ้านไง ไม่ต้องทำงาน ดูทีวีอ่านหนังสือ แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว” พูดพลางยกยิ้มหวานๆใส่ เห็นแล้วมันน่า….
“อืม งั้นแกก็พักผ่อนไปแล้วกัน กลับละว่ะ ไม่อยากกวน”
“งอน?”
“บ้า ไม่ใช่เด็กๆนะเว้ย ก็อยากให้แกพักจริงๆไง เหนื่อยกันมานานละนี่ ไปก่อนล่ะ” ผมพูดพลางพาตัวเองเดินออกจากประตูบ้านออกไปตรงออกไปทางสนามหน้าบ้าน โดยมีร่างบางค่อยๆมองตามออกมา
….
หึหึหึ คนอย่างนัท ซิงกูล่าร์ เกรียนขั้นเทพ มีหรือจะยอมง่ายๆ กะอยู่แล้วว่ามันต้องเดินตามออกมา ซินเดินออกมาหน้าบ้าน มองซ้ายขวามองหาผมด้วยแววตาสงสัย รถก็ยังอยู่แล้วคนหายไปไหน ใช่ครับ ผมยังไม่ได้ออกจากรั้วบ้านมันหรอก….
โครมมมมมมมมมมมมมมมมมมม ‼ พอดีกับที่เจ้าตัวหันมา ถังที่ถูกใส่น้ำไว้จนเต็ม สาดเข้าที่รางบางเสียเต็มรัก หัวเหอที่ยุ่งเหยิงอยู่แล้วกลับเปียกปอน เสื้อสีขาวที่บางแนบเนื้ออยู่แล้ว เมื่อเปียกน้ำก็ยิ่งแนบเข้าไปจนเห็นสีเนื้อนวลไปทั้งตัว พาให้หัวใจเต้นเร็วอย่างไม่รู้ตัว
“สวัสดีวันสงกรานต์คุณซิน ซิงกูล่าร์ !” ผมพูดไปหัวเราะไป ต่างกับมันที่ยื่นนิ่งจ้องผมตาไม่กระพริบ
ชิบหายแล้ว……โกรธป่าววะ ตายแน่กู
“ซิน เฮ้ย โกรธเหรอวะ กู..กูขอโทษ กูล้อเล่น กูเห็นว่าเป็นบ้านมึง กูๆๆ กูก็เลย”
เจ้าตัวยังคงไม่พูดไม่หือไม่อือใด พลางหันหลังเดินกลับเข้าบ้านไป ทิ้งให้ผมยืนช็อคอยู่หน้าประตูอย่างนั้น เอาไงดีล่ะทีนี้ ถ้าเข้าไปมันจะยิ่งโกรธกันไปใหญ่ ปกติเวลาโกรธกันก็เล่นลูกเงียบใส่กันอยู่แล้ว…
ผมยืนหันรีหันขวางพลางคิด จะเอายังไงดีวะ โอ๊ย ไม่น่าเล่นเลยกู จะงอนกูไปกี่วันวะ
“นัท” เสียงที่คุ้นเคยเรียกมาจากด้านหลังจนผมรีบหันหน้าไปหา ก็เจอโจทก์อยู่หน้าประตู
โครมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม ‼‼
“ไอ้ซิน ‼” นั่นไง มันเล่นกูแล้ว ผมโดนสาดน้ำเข้าโครมใหญ่ ที่แท้ที่เจ้าตัวหายเข้าไป ก็ไปจัดแจงเอาคืนผมนี่เอง แต่…..มันร้ายกว่าผมหลายเท่านัก เพราะมันเล่นไปเอาน้ำในตู้เย็นมาสาดผม อ๊ากกกกกกกกกกกกก เย็นโว้ย
“โหย มึงเล่นแรงนะ มึงไม่เอาน้ำแข็งปากูเลยล่ะ ถ้าน้ำจะเย็นขนาดนี้” ผมพูดไปสั่นไป
“ก็ถ้าไม่กลัวจะหัวแตก ก็โดนแน่ ใครให้มาแกล้งเรา บอกแล้วว่าไม่เล่นๆ” เจ้าตัวขยับปากพูดโดยที่ไม่ได้ดูสภาพตัวเองที่เป็นอยู่ขณะนี้
“ไม่เล่นก็ต้องเล่นแล้วล่ะ นาทีนี้” ผมคว้าสายยางที่เปิดน้ำทิ้งไว้เมื่อกี้ พลางฉีดใส่มัน ลากมันออกมาที่สนามหน้าบ้าน อาจเป็นเพราะเปียกไปแล้ว ก็เลยเกิดสงครามแย่งสายยางกันเกิดขึ้น แย่งกันไปแย่งกันมา จนตัวทีเปียกแค่ท่อนบน ตอนนี้เปียกไปทั้งตัวเหมือนไปตกน้ำมายังไงยังงั้น
“ไอ้นัท ปล่อยเลย เอามานี่นะ” นั่นไง ไม่เล่นๆ สนุกล่ะสิ เรื่องอะไรยอม ตัวนิดเดียวอย่าหวังจะสู้แรง
“เฮ้ย นัทป๊ากลับมา” ฉิบหายแล้ว ผมทิ้งสายยางในมือร่วงลงกับพื้น พ่อแม่เค้ามาเห็นคงตกใจ อยู่ดีๆก็จับลูกเค้าสาดน้ำ
“หึหึ เสร็จล่ะ” นัทซิงกูล่าร์มักเสียรู้คนอยู่คนเดียวจริงๆ หันหน้ามันอีกที มันก็เอาสายยางฉีดผมจนผมต้องยกมือเข้ามาบังหน้า
“ไอ้ซิน หยุดๆ เฮ้ย กูยอมแพ้ๆๆ หยุดว้อยยย” เจ้าตัวไม่หยุดแถมยังส่งเสียงหัวเราะสดใส ไล่ฉีดน้ำผมไม่หยุด
สุดท้ายก็ต้องทำเหมือนที่มันเคยด่าผมว่าดีแต่ใช้กำลัง พลางใช้มือรั้งรวบข้อมือบางนั้นไว้กับเอาตัวเอง ซินขืนตัวพยายามกระชากข้อมือตัวเองออกยื้อกันไปยื้อกันมาจนล้มลงไปนอนพังพาบกับพื้นสนาม
“ไม่เล่นแล้ว พอเลยๆ” เจ้าตัวพูดขณะที่ตัวทั้งตัวล้มทับมาบนตัวของผม
“แล้วสนุกมั้ยล่ะ” ผมยกยิ้มพลางลูบผมเปียกปอนนั้นเบาๆ ริมฝีปากสีแดงสดเผยอพูดต่อไป
“ไม่เห็นจะสนุกตรงไหน…”
“เหรอ ไม่สนุกเหรอ” ผมใช้นิ้วโป้งไล้ไปที่แก้มเนียนชื้นเบาๆ พลางโน้มคอเจ้าตัวลงต่ำ ดวงตากลมโตดูจะสั่นระริกเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ขืนขัดแต่อย่างใด ผมประทับริมฝีปากอุ่นร้อนลงกับริมฝีปากบางอย่างช้าๆ แล้วจึงเริ่มขบเม้มให้เจ้าตัวเปิดทางให้ลิ้นอุ่นๆได้เข้าสำรวจโพรงปากหวานอย่างเชื่องช้า หวานล้ำแต่ก็รุกรานอยู่ในที กระทั่งเจ้าตัวขืนออกเพราะหายใจไม่ทัน ผมจึงได้เห็นดวงหน้าที่แดงซ่านที่หันหนีไปอีกทาง ผมพลิกให้เจ้าตัวมาอยู่ใต้ร่าง ทำให้เจ้าตัวร้องเฮ้ย ด้วยความตกใจ ไม่รอให้พูดอะไร ผมก็บดจูบริมฝีปากนั้นไปอีกทีอย่างร้อนรน เจ้าตัวที่ขืนขัดอยู่ในคราแรก เปลี่ยนมาจิกเล็กลงบนเสื้อผมจนรู้สึกว่ามันเจ็บลงไปถึงเนื้อภายใต้เสื้อนี้
“น..นัท หยุดก่อน..นี่มันสนามหน้าบ้านเรานะ” เหมือนสติที่หลุดลอยไปกลับมา ใช่ นี่มันสนามหน้าบ้านนี่หว่า ถ้ามีใครซักคนผ่านมา ไอ้นัทตายแน่ ตายแน่ไอ้นัท… ผมและเข้ารีบผละออกจากกัน ลุกขึ้นนั่งพลางลูบหน้าลูบตาตัวเองอย่างเรียกสติคืนมา
“เอ่อ เปียกหมดเลย แกไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวจะไม่สบาย” เจ้าตัวไม่ตอบอะไร ยังคงนั่งหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุกต่อไป
“อือ เปียกหมดเลย…ไป ไปอาบน้ำดีกว่า” ซินพูดออกมาเบาๆ ผมลุกขึ้นพลางฉุดร่างบางนี้ให้ลุกตาม
“งั้นกลับก่อนนะ รีบอาบน้ำล่ะ เดี๋ยวไม่สบาย” “อือ” เจ้าตัวตอบรับเบาๆ
ผมหันหลังเตรียมเดินกลับไปที่รั้วบ้านจนกระทั่ง
“นัท”
“หืม ว่าไง”
“อาบ…ที่นี่ก็ได้”

